January 4, 2018

[FANFIC/Chapter 11: 5 4 3 2 1...] FTISLAND&N.Flying 'Cloudy' (SEUNGJAEhyun)

CHAPTER 11     5 4 3 2 1...












     สัมผัสอ่อนโยนที่คุ้นเคยประทับทาบลงบนหน้าผาก เสียงกระซิบประโยคขอโทษและคำบอกรักดังอยู่ข้างหูของเขา


     ระตูห้องถูกเปิดออก
     และปิดกลับไปเหมือนเดิม






     น้ำตา…
     แห่กันไหลออกมาจากที่ที่แจจินซ่อนมันไว้






     พอกันที












     “พี่ครับ… ช่วยบอกเหตุผล--”
     “แค่นี้ยังคิดไม่ได้อีกเหรอ” น้ำเสียงเย็นชาพูดขัดประโยคสั่นเครือก่อนหน้า สายตาคู่นั้นไม่ได้ใส่ใจที่จะหันมาจับจ้องคู่สนทนาแม้แต่น้อย “บอกว่าจบก็คือจบ พอแล้ว”



     ซึงฮยอนก้มหน้านิ่ง ที่ผ่านมาเขาคิดเข้าข้างตัวเองตลอดว่าแจจินจะยกโทษให้กับเรื่องทั้งหมด


     คิดมาตลอดว่ายังไงซะแจจินก็จะยัง...รักเขา



     “นายยังเด็ก ความคิดของนาย การกระทำ อะไรหลายๆอย่างมันยัง…” คนพูดฝืนใจกลับมามองหน้าคนฟัง “นายควรจะ รอให้ตัวเองโตกว่านี้ก่อนแล้วค่อยคิดไปดูแลคนอื่น”



     เหมือนถูกอดีตที่ผ่านมาตบหน้าเข้าอย่างจัง ตลอดเวลาที่คบกันซึงฮยอนไม่เคยแสดงให้อีกฝ่ายได้เห็นว่าตนสามารถดูแลเขาได้ คำพูดอันสวยหรูแต่ละอย่างช่างขัดกันกับการกระทำ ความจริงใจที่ปากบอกว่ามีให้เต็มร้อยแต่สุดท้ายก็แอบไปมีอะไรกันกับใครอื่น


     แล้วไหนจะคำขอโทษแสนพร่ำเพรื่อ



     “พี่แจจิน ฮึก… ผมขอโทษครับ”
     “นายพูดประโยคนี้มาเป็นล้านครั้งแล้ว!” แจจินหมดความอดทน อารมณ์โกรธถูกระบายออกมาพร้อมกับน้ำตาและเสียงตะคอกอันน่าหวาดกลัว
     “ฮือ ไม่ พี่ครับ...” ซึงฮยอนเข้ากอดไปร่างเล็กไว้ ร้องไห้ฟูมฟายอย่างไม่สนว่าจะมีใครมอง “แจจินผม...ผมรู้ว่าที่ผ่านมาผมแย่ ฮึ่ก… ผม...เหี้ยมาก แต่ต่อจากนี้ผ...ผม--”
     “พี่เหนื่อยแล้วซึงฮยอน
     ...เหนื่อยที่จะรักนายต่อแล้ว”



     คนบอกเลิกก้มหน้าซบลงที่ไหล่กว้างปล่อยให้เสื้อนักเรียนด้านล่างทำหน้าที่เป็นผ้าซับน้ำตา ในขณะที่เด็กหนุ่มยังโอบกอดเขาไว้แน่น เสียงสะอื้นของซึงฮยอนดังลั่นกลบทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ไปเรียบร้อย



     “กลับบ้านไปเถอะ” แจจินพยายามเอาตัวเองออกมาจากอ้อมแขนตรงนั้น
     “ไม่ ฮึ่ก...ผม ยัง รับไม่ได้”
     “กลับไปทำใจ แล้วเดี๋ยวอะไรๆมันก็จะดีขึ้น”



     ที่จริง ประโยคนี้เขากำลังบอกกับตัวเอง






     การเลิกราที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการหมดรัก เรื่องราวและปัญหามากมายเข้ามาบั่นทอนหัวใจ... ความลับ การปิดบังความจริง และคำโกหก ทั้งหมดล้วนทำลายกำลังใจในการจะรักใครต่อ


     ซึงฮยอนเฝ้าหวังที่จะได้รับการยกโทษจากแจจินโดยลืมนึกถึงไปว่าฝ่ายนั้นต้องแบกรับความทุกข์อะไรไว้บ้าง... เกือบทุกครั้งที่บอกว่าให้อภัยแล้วแต่ภายในใจของเขายังคงมีแต่ความเจ็บปวด


     ซึ่ง มันยุติธรรมดีแล้วใช่หรือไม่ กับการที่คนที่ไม่ได้รู้เห็นอะไรด้วยเลยต้องมาเจอกับเรื่องราวแสนเลวร้ายแบบนั้น
     ซ้ำๆอยู่ฝ่ายเดียว












     ‘จบไปแล้วจริงๆเหรอ’



     ร่างสูงนอนก่ายหน้าผากจ้องเพดานห้องพลางคิดทบทวนทุกอย่างที่เกิดขึ้น
     อีกรอบ


     ทุกอย่าง… ทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดี



     ‘เดี๋ยวอะไรๆมันก็จะดีขึ้น อย่างงั้นเหรอ’



     แต่นี่ก็ผ่านมาเกือบสองเดือนแล้ว


     ทำไมวะ
     ทำไมยังคิดถึงเขาอยู่…เหมือนเดิม






     ซึงฮยอนรีบลุกขึ้นจากพื้นแล้วกลับไปจัดการกับเอกสารสมัครสอบของตัวเองต่อ ถึงจะเศร้าแค่ไหนแต่ก็ทิ้งอนาคตไม่ได้ ยิ่งแจจินเคยบอกไว้ว่าเขาต้องโตกว่านี้…
     นี่ไง เขาจะแสดงความเป็นผู้ใหญ่ออกมาให้ทุกคนเห็น


     ห้าสิบกว่าวันหลังจากเลิกรากัน ลูกชายคนโตของครอบครัวประกาศกร้าวกับที่บ้านว่าจะต้องสอบติดคณะเภสัชฯให้ได้ แต่ละชั่วโมงที่ผ่านพ้นไปถูกทุ่มให้กับการอ่านหนังสือ และพรุ่งนี้ก็ถือเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของเขา


     วันสอบคัดเลือกนักศึกษาใหม่












     “ชีวะเน่าตัวเดียวทำเกรดผมร่วงไปอยู่ในนรก”
     “อย่าเว่อร์ไปหน่อยเลย ฟิสิกส์ เคมี เลข นายเก็ทเอมาหมดขนาดนี้”



     ช่วงสอบกลางภาคของโรงเรียนเพิ่งจบไปไม่นานนัก ยามสายของวันหยุดวันหนึ่ง ระหว่างมาเดินตากแอร์สบายๆ ซึงฮยอนอาศัยความโชคดีที่ได้บังเอิญเจอติวเตอร์ของเขาที่ห้างสรรพสินค้า ชวนไปกินมื้อเที่ยงด้วยกันซะเลย



     “พี่แจจินชอบคนเรียนเก่งมั้ยครับ” เด็กตัวสูงถามแจจินยิ้มๆ
     “ก็ ชอบนะ” คนตอบกะอยู่แล้วว่าถ้าบอกว่าชอบ เจ้าหมอนี่จะต้องทำหน้าเบิกบานประหนึ่งว่าสามารถเอาชนะใจเขาได้แล้ว “แต่ ไม่ชอบคนที่เก่งแล้วเที่ยวไปเบ่งใส่คนอื่น”
     “แล้ว…” ซึงฮยอนเว้นระยะเหมือนกำลังชั่งใจว่าควรจะพูดประโยคนี้ดีมั้ย “ถ้าเทอมนี้ชีวะผมได้เอ เปอร์เซ็นต์ที่พี่จะยอมตกลงเป็นแฟนกับผม…”



     นั่นไง เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด



     “รีบกินข้าวเร็วๆ ดูสิจานพี่เกลี้ยงไปตั้งนานแล้วนะ”



     แง่ววว












     ‘นายเป็นคนเก่งนะ ซึงฮยอน...
     แล้วก็ไม่เคยเอาความเก่งตรงนี้ไปยกตัวเองไว้เหนือใคร’



     ชายหนุ่มนั่งคิดอะไรอยู่คนเดียวที่คอมมอนตึกคณะเภสัชศาสตร์


     วันนี้เป็นวันอะไรเขารู้อยู่แก่ใจดี



     ‘หวังว่านายจะทำได้’



     ก็ใช่ ก็เลิกกันไปแล้ว
     แต่แจจินยังคงยืนยันกับตัวเองว่าจะมาที่นี่เพื่อเป็นกำลังใจให้ซึงฮยอน
     แบบที่ไม่รู้ว่าคนๆนั้นจะรับรู้ถึงมันบ้างรึเปล่า


     หนึ่งหยดน้ำตาถูกปัดเช็ดออกไป ถึงแม้ว่าในทุกๆวันที่ผ่านมาเขาจะยังนั่งร้องไห้ ทนทุกข์ กลายเป็นอี แจจิน ผู้อ่อนแอมากแค่ไหน แต่ต้องไม่ใช่กับวันนี้และอนาคตต่อจากนี้


     ถ้าหากได้พบเจอ สบตา เดินสวนกัน จะด้วยความตั้งใจหรือบังเอิญก็แล้วแต่ แจจินจะส่งยิ้มให้ผู้ชายคนนั้น รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหวังดีและเป็นตัวบอกความหมายอยู่กลายๆว่าเขาทำใจกับเรื่องทั้งหมดได้แล้ว


     ชีวิตของเราทั้งคู่จะได้เดินต่อไปยังเส้นทางข้างหน้าโดยไม่ต้องมามัวเป็นห่วงคนในอดีตอีก



     “แจจิน!”












     “ขอโทษที่ให้รอนานนะครับ” เด็กหนุ่มม.ปลายในชุดยูนิฟอร์มพนักงานร้านอาหารวิ่งมายังม้านั่งกลางสวนสาธารณะพร้อมของกินเต็มมือ “พี่แจจิน ง่า ดูสิ หิวจนผอมหมดแล้ว”
     “ฮึ จะบ้าเหร--” ยังไม่ทันจะได้ว่าอะไรต่อแก้มข้างหนึ่งของรุ่นพี่ก็ถูกขโมยจุ๊บไปทีนึง
     “เห็นบ่นอยากกินเฟรนช์ฟรายส์ ผมซื้อไซส์จัมโบ้มาให้เลยนะ แล้วก็นี่ แซนด์วิชที่แอบจิ๊กมาจากร้าน นมเปรี้ยว อ้อ มีเครปเย็นด้วย”
     “เดี๋ยวๆ มีใครจะอดตายเหรอห้ะ” แจจินพูดประชด แต่ที่มือก็ถือหลอดเตรียมจะเจาะนมดื่มแล้ว
     “ก็ใครใช้ให้พี่ตัวซูบขนาดนี้ล่ะ” ซึงฮยอนทำแก้มป่องแบบที่ถ้าได้เห็นทีไรเป็นต้องอยากเอามือไปตีให้แตก “ผมต้องรีบขุนพี่ให้อ้วนก่อนหน้าหนาว จะได้กอดแล้วอุ่น”



     หลังจากตกลงคบกัน ทุกครั้งที่หาเวลาว่างตรงกันได้ ทั้งสองจะชอบมานั่งเล่น กินข้าวและพูดคุยที่สวนแห่งนี้ คนอายุน้อยกว่ามีหน้าที่เตรียมเสบียงเนื่องจากที่ทำงานพาร์ทไทม์ของเขาอยู่ใกล้กับแหล่งของกิน


     ไม่ใช่หรอก ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะซึงฮยอนขออาสาซื้อมาให้เอง ด้วยเหตุผลที่ว่าแจจินเรียนหนักและใช้เวลาในการเดินทางจากมหาลัยมาถึงที่นี่นานกว่าเขา



     “แจจินอ่า แกล้งกินเลอะอ่อยผมอย่างงั้นเหรอ” คนข้างๆหันมาใช้นิ้วปาดครีมเครปที่มุมปากออกให้
     “ฮ่ะๆ อย่างชั้นไม่จำเป็นต้องทำขนาดนั้นหรอก”
     “อืม ถูก อย่างพี่น่ะ ดูยังไงก็เหมือนอ่อยผมตลอดเวลา โอ๊ย!”



     หัวยุ่งโดนเขกดังโป๊ก แจจินหัวเราะชอบใจที่ได้ทำร้ายร่างกายแฟนตัวเอง (แบบขำๆ)


     เขาล่ะนึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าไม่มีซึงฮยอน โลกนี้จะเงียบและเหี่ยวเฉามากแค่ไหน






     ซึ่งตอนนี้ก็พอรู้แล้ว…












     “ก...กวังจิน!”



     ทำไมถึงยังมาเจอกันได้นะ


     รุ่นพี่ ควอน กวังจิน เรียนจบจากทีนี่ไปตั้งหนึ่งปีแล้วไม่ใช่เหรอ


     ร่างเล็กรีบเดินหนีคนที่เรียกชื่อเขาเมื่อครู่ ไม่ว่าจะยังไงก็ตามชีวิตนี้ขออย่าได้ไปข้องเกี่ยวกับผู้ชายเฮ็งซวยคนนั้นอีกเลย



     “เฮ้ จะไปไหนน่ะ หยุดคุยกันก่อนสิ”
     “โอ๊ะ!”



     ข้อมือเล็กที่ถูกคว้าไว้ทำให้สุดท้ายเขาก็ต้องหันไปเผชิญหน้ากับรุ่นพี่อดีตคนรัก รอยยิ้มที่หาความจริงใจไม่ได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาที่แจจินเคยรู้สึกมีความสุขเวลาได้มองมัน



     “ปล่อย!”
     “ไม่เจอกันนาน ดูดีขึ้นเยอะเลยนะ” กวังจินมองเขาแบบทึ่งๆ “เว้นแต่ที่ตา ทำไมมันถึงบวมขนาดนั้นล่ะ ร้องไห้เหรอ”
     “เปล่า”
     “อย่าบอกนะว่า...”
     “คุณ บอกว่าอยากคุยกันอย่างงั้นเหรอ” รุ่นน้องทำใจดีสู้เสือเมื่อเห็นว่าบทสนทนายังไม่มีท่าทีจะสิ้นสุดลงง่ายๆ และไม่ว่าชายคนนี้จะเข้ามาทักทายเขาด้วยเหตุผลอะไร สถานที่พูดคุยของทั้งคู่จะต้องไม่ใช่ตรงนี้ “ไปหาที่สงบๆด้านนอกตึกดีกว่าไหม”



     กวังจินขมวดคิ้วอย่างนึกไม่ถึง


     หรือว่า แจจินก็คิดถึงเขาเหมือนที่เขารู้สึกคิดถึงแจจิน



     ‘ยังโง่ และ ง่าย เหมือนเดิมเลยนะ’


///
///


     ซึงฮยอนเดินทางมาถึงสถานที่สอบของตัวเองก่อนเวลาไม่นาน เด็กหนุ่มกำลังคิดว่าจะขึ้นไปที่ห้องสอบเลยดีไหมหรือจะนั่งทวนอะไรอยู่ด้านล่างก่อน


     เพราะเขายังคงคิดเข้าข้างตัวเอง(อีกแล้ว)
     ว่าแจจินอาจจะอยากมาให้กำลังใจ


     อาจเป็นแค่คำพูดสั้นๆว่า ‘สู้นะ’ หรืออะไรก็ได้



     'อ่า หยุดเพ้อเจ้อสักที ซง ซึงฮยอน'


///
///


     ขณะเดียวกัน ชายสองคนเพิ่งเดินออกมาจากประตูอาคารอีกฝั่ง รถสปอร์ตของกวังจินจอดอยู่ใกล้ๆ แจจินไม่รู้สึกว่ามันจะเป็นเรื่องดีถ้าอีกฝ่ายชวนเขานั่งรถไปที่อื่นจึงเสนอให้ม้าหินสักตัวแถวนั้นเป็นจุดที่ทั้งคู่จะนั่งคุยแลกเปลี่ยนอะไรกัน


     หวังว่าซึงฮยอนจะไม่เดินมาแถวนี้


     ไม่อยากคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างถ้าหากรายนั้นมาเห็นเขากับคนรักเก่าอยู่ด้วยกัน


     จริงอยู่ ยังมีความเป็นไปได้ที่ซึงฮยอนจะทำใจได้แล้ว แต่มันต้องรบกวนสมาธิในการสอบของเขาแน่ๆ เพราะปกติก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะต้องบังคับตัวเองให้อยู่แต่กับเรื่องเรียนหลังจากเพิ่งเลิกรากับใครมา
     และยิ่งถ้าต้องมาเห็นอะไรบาดตาบาดใจ...


     จนถึงขนาดนี้ ทุกอย่างที่เขาคิดและทำมันคงบอกหมดแล้วนะ
     ว่าแจจินไม่ได้ลืมหรือหมดรักซึงฮยอนเลยแม้แต่นิดเดียว












แจจินครับ... ผมอยากอยู่กับพี่ไปทั้งชีวิต



     ช่างเป็นคำพูดที่ฟังดูเว่อร์สำหรับคู่รักที่เพิ่งจะคบกันได้แค่ห้าวัน แต่หากเทียบกับความพยายามตลอดห้าเดือนของซึงฮยอนที่กว่าจะได้ครอบครองหัวใจรุ่นพี่คนนี้...
     แม้แต่เพื่อนของแจจินเองยังดูออกเลย ว่านี่แหละคือคนที่รักเขาจริงๆ



ไม่รู้เลยว่าจะมีอะไรที่ทำให้ผมเลิกรักพี่ได้
ผมเฝ้าบอกตัวเองอยู่ตลอดว่าพี่คือคนที่ผมตามหา
มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกชั่ววูบ...
ทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้พี่ ผมไม่ต้องการอะไรบนโลกนี้อีกแล้ว

อี แจจิน เพราะพี่คือโลกทั้งใบของผม



     "อือ...ชั้นจะอ้วกแล้ว"



     คนที่ซึงฮยอนนอนทับตักอยู่หยิบเอาจดหมายรักแสนเลี่ยนใบนั้นมาเสียบไว้กับปากของเขา



     "ง่า ก็บอกให้เขียนทุกอย่างที่รู้สึกไม่ใช่เหรอ
     เนี่ยแหละ ทั้งหมดที่ผมรู้สึก"



     ทั้งคู่เลือกให้บ่ายวันเสาร์วันนี้เป็นวันที่พวกเขาจะมาเปิดใจต่อกัน ทุกสิ่งที่อยากบอกกับอีกฝ่ายจะถูกเขียนใส่กระดาษแล้วส่งให้คนๆนั้นเปิดอ่าน


     แจจินได้อ่านของซึงฮยอนก่อน ซึ่งก็ไม่ได้น่าเซอร์ไพรส์อะไรมากมายเพราะทั้งหมดนั่นเจ้าเด็กบ๊องนี่ก็มักจะพูดกับเขาอยู่บ่อยๆ
     แม้แต่ช่วงที่ยังไม่ได้เป็นแฟนกัน ไอ้ประโยค ‘ผมรักพี่นะ’ ก็แทบจะเป็นคำทักทายประจำวันของเจ้านั่นไปเสียแล้ว



     "ตาผมเปิดของพี่บ้างนะ"
     "อ่าฮะ ทำใจก่อนก็ดี"



     ร่างสูงลุกขึ้นมานั่งตัวติดแฟน ค่อยๆเปิดจดหมายฉบับนั้นออกด้วยท่าทางลุ้นเกินเบอร์



จูบกันก่อน แล้วชั้นจะบอกทุกอย่าง



     "อ๊ะ..."



     วัยรุ่นใจร้อน ซึงฮยอนอ่านข้อความบนกระดาษจบปุ๊บก็ยื่นหน้าเข้าไปจูบแจจินทันที แถมลิ้นซนยังทำเกินหน้าที่แอบควักขโมยอากาศในนั้นมาด้วย
     เล่นซะคนตัวเล็กสำลักค่อกแค่ก



     "โอ๊ย ไอบ้า"
     "บอกผมเร็วๆ คิดอะไรอยู่ แจจินค้าบ คิดอะไรกับผม" เด็กหนุ่มตื๊อแรง
     "หึ ทีแรกชั้นจะบอกว่าวันนี้ไม่อยากได้อะไรแล้วนอกจากจูบ" คนพูดเอามือกอดอกเบนหน้าหนีไปมองอย่างอื่น "แต่ถ้าต้องมาโดนแบบนี้ชั้นว่าชั้นเปลี่ยนใจดีกว่า พอละ กลับบ้านไปเลยไป"
     "ไม่เอา พี่แจจิน แอมโซซอรี่ อิทเนเว่อแฮพเพ่นอะเกนนน"



     คนแก่กว่าถึงกับมองบน เห็นซึงฮยอนใช้ลูกอ้อนติ๊งต๊องแบบนี้ทีไรเป็นต้องใจอ่อนให้ทุกครั้งแหละนะ



     "นี่ชั้นยอมคบกับคนบ้าได้ยังไงวะเนี่ย" แจจินบ่นพลางเอียงตัวหนีอีกคนที่แกล้งจะเข้ามาหอมแก้มเขา "โว่ย อีตาบ้า!"
     "ฮะฮ่า ไม่แกล้งแล้วๆ" คนตัวโตกระเถิบกลับมานั่งที่เดิม "พี่แจจินอยากจูบผมใช่มั้ย ได้ งั้น คราวนี้ผมจะอยู่นิ่งๆละ แบบตุ๊กตายาง"
     "(=_=!!!"
     "ฮ่าๆ ล้อเล่น โอเค ซีเรียสเถอะ"



     เจ้าซึงฮยอนน่าจะรู้ตัวนะว่าเวลาเขาเข้าโหมดจริงจังมันดูมีเสน่ห์ขนาดไหน
     แจจินยังยอมรับเลยว่าเขาเองก็หลงเด็กนี่ในมุมนี้ไม่ใช่น้อย



     "แจจินครับ" ซึงฮยอนมองตามร่างที่ค่อยๆเขยิบเข้ามาใกล้ "แน่ใจเหรอว่าไม่มีอะไรจะบอกผมอีกจริงๆ"



     แฟนหนุ่มรุ่นพี่ส่ายหน้าก่อนจะประทับจูบลงมาที่ริมฝีปากของเขา


     เนิ่นนาน...


     ทั้งคู่หลับตาพริ้ม มันคือจุมพิตแบบวันนั้นที่ดาดฟ้าห้างแต่ต่างกันตรงคนที่เป็นฝ่ายมอบมันในครั้งนี้คือแจจิน ร่างสูงถูกสองมือดันเบาๆจนหลังเอนลงไปหาเบาะโซฟา สัมผัสหวานถูกเน้นย้ำอย่างเนิบนาบและนุ่มนวลก่อนคนบนตัวจะละมันออกแล้วเปลี่ยนใจเคลื่อนศีรษะมาซบแนบอยู่ที่อก



     "มีแค่สิ่งเดียวที่ชั้นต้องการจากนาย... ซึงฮยอน
     อย่าทำให้ชั้นเลิกรักนาย"












     ช่วงเวลาแห่งความกระอักกระอวนล่วงเลยไปจนเข็มยาวบนนาฬิกาวนกลับมาที่เลขเดิมอีกรอบ แจจินได้แต่สงสัยว่าทำไมกวังจินถึงยังคงนั่งอยู่กับเขาตรงนี้ทั้งๆที่สองคนก็แทบไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลย



     “ว่าแต่นายมาทำอะไรที่นี่”
     “คุณล่ะ” เขาเลี่ยงที่จะตอบคำถามนั้น
     “ชั้นมารอแฟน”
     “อืม”



     ร่างสูงยิ้มมุมปาก



     “ผิดหวังมั้ยที่ได้ยินแบบนี้”
     “ทำไมจะต้องผิดหวังด้วย”



     ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าเขาจะยังมีใจให้คนเลวอย่างควอน กวังจิน ที่เห็นยังทนนั่งอยู่ด้วยก็เพราะตัวเองต้องรอเจอ ใครบางคน หรอกนะ



     “ผมจะกลับแล้ว”



     ไม่รู้ว่าสุดท้ายจะได้พบกับซึงฮยอนตามที่หวังหรือไม่ แต่ถ้าการออกไปจากตรงนี้คือหนทางเดียวที่จะทำให้แจจินได้ออกห่างจากคนที่ตัวเองเกลียด... เขาก็ต้องเลือก



     “ได้ข่าวมาว่านายคบเด็กอยู่” คนพูดยืนขึ้นตามอีกฝ่าย
     “...”



     งั้นคุณก็คงได้ยินอีกข่าวนึงช้าไปหน่อยนะกวังจิน



     “แล้วนี่โดนมันรังแกอะไรมาล่ะ” รุ่นพี่อดีตแฟนพิจารณาสภาพของแจจินในตอนนี้ด้วยสายตาดูแคลน “ไม่รู้เหรอว่าพวกนี้น่ะเอาใจยากจะตาย”
     “หุบปากเถอะ”
     “ทำไมไม่หัดเอาประสบการณ์ตอนเรายังคบกันไปปรับใช้นะ”



     ร่างเล็กต้องการจะหนีออกไปจากตรงนั้น แต่โชคร้ายที่เร็วไม่พอ



     “จำได้มั้ยว่าฮยองจัดการกับอี แจจิน ตอนงี่เง่ายังไง...” แขนแกร่งล็อคตัวแจจินไว้กับโต๊ะก่อนจะเบียดชิดร่างกายของเขาเข้ามา
     “อ...ออกไป กวั---”
     “จุ๊ๆ” ฝ่ามือหนาล้วงลูบไปที่ขากางเกงอีกฝ่าย “เวลาเด็กมันอ้อน…เราก็ต้องสนองความต้องการให้”
     “ไอ้ คนชั่ว!” แจจินหลบหลีกริมฝีปากอันน่าขยะแขยงของกวังจิน แต่กลับกลายเป็นว่าเขากำลังเปิดทางให้ชายคนนั้นทำอะไรได้ง่ายขึ้น “ช...ช่วยด้วย!”
     “เงียบน่ะ!”



     คนใจทรามพาทั้งคู่ไปยังรถยนต์คันที่จอดอยู่อีกฟากของถนน รุ่นน้องที่เป็นฝ่ายโดนบังคับพยายามดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อให้หลุดพ้นจากอ้อมแขนสกปรกนี่ แต่แล้ว



     “ไอ้สารเลวกวังจิน!!!”
     “อั่ก!”



     ผู้ชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาปล่อยหมัดใส่หน้ากวังจินอย่างแรง ซึ่งแค่แจจินได้เสียงตะโกนคำแรกเขาก็รู้ทันทีว่าคนๆนั้นคือ



     “ซึงฮยอน!”
     “มึงเป็นใครวะ! ไอ้เด็กเมื่อวานซืน” ที่มุมปากซ้ายของคนถูกต่อยตอนนี้มีเลือดออกซิบ
     “กูต่างหากที่ต้องถามว่ามึงเป็นใคร แล้วมายุ่งกับแฟนกูทำไม!”



     เสียงโวยวายเรียกความสนใจให้คนในบริเวณนั้นทยอยเข้ามามุงดู ตัวต้นปัญหาเห็นท่าไม่ดีหลังจากที่นักศึกษาโดยรอบเริ่มจำได้ว่าหนึ่งในความโกลาหลตรงนี้มี ควอน กวังจิน รุ่นพี่คนดังอดีตเดือนมหาลัยอยู่ด้วย เขาหันมามองหน้านักเรียนม.ปลายคนที่เพิ่งชกตนเองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินกลับไปที่รถแล้วรีบสตารท์เครื่องขับออกไป



     “แจจิน…” เด็กหนุ่มสะบัดข้อมือคลายความเจ็บปวดซึ่งเขาต้องแลกมันกับความสะใจที่ได้ต่อยหน้าแฟนเก่าของ แฟนเก่า “ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่”
     “...”
     “พี่มาอยู่กับไอ้นั่นในที่ลับตาคนแบบนี้ ไม่กลัวเหรอว่าถ้าหากโชคไม่เข้าข้างพี่ ไม่มีใครมาช่วยพี่ทันจากนี้มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง” ซึงฮยอนใช้น้ำเสียงดุกับแจจินที่ใกล้จะกลั้นน้ำตาตัวเองไว้ไม่อยู่ “แจจิน ทำไมพี่ถึงได้ปล่อยให้ตัวเ--”
     “ชั้นคิดถึงนาย! ฮึก...”



     แทบจะไม่เชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง
     แจจินพุ่งตัวเข้ามากอดซึงฮยอนแล้วปล่อยโฮใส่เขาอย่างไม่อายคนรอบข้าง



     ‘ในเมื่อนายกล้าพูดคำๆนั้นต่อหน้าใครคนอื่นอย่างกวังจิน
     ชั้น ก็จะไม่กลัวหรืออายที่จะพูดประโยคนี้ด้วยเช่นกัน…’



     “ซึงฮยอน ชั้นคิดถึงนาย ได้ยินมั้ย! ชั้นมาหานาย ชั้น อยากเจอ… ชั้นคิดถึงนายซึงฮยอน ชั้น...ชั้นทนไม่ไหวแล้วที่ต้องอยู่คนเดียวแบบนี้”



     สูญสลายไปหมดแล้ว
     อีโก้ทั้งหมดที่ครอบร่างผู้ชายคนนี้มากว่าสองเดือน


     จากที่เคยบอกกับตัวเองว่าสามารถอยู่ได้โดยที่ไม่ต้องมี ซง ซึงฮยอน


     จากที่เคยรู้สึกเหนื่อย


     


     รักเขาต่อไม่ไหว


     เนี่ยนะเหรอ รักไม่ไหว



     “พี่ครับ…” คนถูกกอดยังคงอึ้งกับความจริงที่แจจินได้สารภาพออกมา “ทำไมพี่ไม่บอกผม...ทำไมเลือกเก็บมันไว้คนเดียว”
     “ก็เพราะว่าชั้นมัน ฮึ่ก… ขี้ขลาดไง” มือเล็กขยำปกเสื้อนักเรียนตัวนั้นแน่น



     อีกครั้งที่มันต้องกลายเป็นตัวรองรับน้ำตาและความเสียใจ



     “น่าสมเพชแค่ไหนล่ะ...ชั้น ต้องกลับมาง้อนาย” เสียงสะอื้นที่ดังออกมาอยู่เรื่อยๆยังคงทำให้คนได้ยินปวดร้าวไปถึงข้างใน “จากที่เมื่อก่อนนายตื๊อชั้นแทบตาย ทำไมตอนนี้มันถึงกลายเป็นชั้นเองได้”



     เพราะซึงฮยอนไม่เคยทำให้แจจินผิดหวังกับคำขอหนึ่งเดียวของเขาเลยไง


     เขาอาจเคยพลั้งพลาด…
     กับการกระทำชั่ววูบครั้งนั้น


     แต่รู้ไหมว่า ความรักที่ซึงฮยอนมีต่อแจจิน มันไม่เคยถูกแบ่งออกไปให้ใคร



     “ตั้งแต่เราพบกัน ผมไม่เคยเลิกรักพี่เลยแม้แต่วินาทีเดียว”



     ‘และตั้งแต่เราคบกัน นายก็มีแต่จะทำให้ชั้นรักนายมากขึ้น’



     แจจินเงยหน้าขึ้นสบตากับอีกคน คราบน้ำตาบนแก้มถูกเช็ดออกอย่างเบามือ แต่นั่นกลับทำให้เขาร้องไห้ออกมาอย่างหนักอีกรอบ



     “อะไรกันเนี่ย ขี้แงเป็นเด็กเลยนะ”



     กลับกัน คราวนี้หมอนั่นไม่เห็นฟูมฟายเหมือนครั้งก่อนตอนที่โดนเขาบอกเลิก…



     “จำได้ตอนนู้นแฟนผมคนนั้นยังด่าผมว่าไม่รู้จักโตอยู่เลย” คนตัวสูงลดมือลงไปโอบเอวเล็ก “แต่เอ๊ะ... พอเลิกกันแล้วเหมือนคนนึงสลับร่างกับอีกคนเลยเนอะ”
     “นี่ ฮึก… ชั้นไม่ตลกด้วยเลยนะ”



     หัวใจของแจจินแทบร่วงลงไปอยู่ที่พื้น ทำไมซึงฮยอนถึงพูดเรื่องของพวกเขาได้อย่างไม่รู้สึกเศร้าเลยสักนิด
     หรือว่า ที่ผ่านมามันมีแค่เขาคนเดียวที่เสียใจ



     “ต้องมีใครสักคนมาดูแลเด็กน้อยอี แจจิน คนนี้”
     “อะไรของนาย”
     “ใครที่โตพอจะไปดูแลคนอื่นได้แล้วไง”



     บ้าที่สุด เด็กนี่กล้ายอกย้อนคำพูดของเขาจากเมื่อวันที่ทั้งคู่เลิกคบกันอย่างงั้นเหรอ


     รุ่นพี่ขี้แงเริ่มโมโหในความกวนประสาทของรุ่นน้อง ร่างเล็กแกะสองมือที่เกาะเอวเขาอยู่ออกก่อนจะเดินหนีไปจากกลางถนนตรงนั้น โดยไม่คิดจะหันกลับมาอีก
     ทิ้งให้ซึงฮยอนยืนอมยิ้มอยู่คนเดียว…



     “ครั้งที่แล้วผมให้เวลาพี่ตั้งห้าเดือนแหนะ!” เด็กหนุ่มตะโกนดังลั่นไล่หลังแจจินที่ยังคงสาวเท้าต่อไปไม่หยุด “แต่ครั้งนี้ผมจะนับถอยหลังแค่ห้าวิเท่านั้นนะ”



     “...”



     เป็นแฟนกับผมนะครับ พี่แจจิน!!!












-  The end  -

 สาส์นจากไรท์เตอร์: ปิดเรื่องได้แล้วโว้ย วันเดียวกับที่มินฮวานประกาศแต่งงานเลย เย้!

No comments:

Post a Comment